หลักญาน 5 ของพุทธศาสนา เมื่อกายสะอาด ใจสงบระงับแน่วแน่ เป็นสมาธิได้ ใจจะได้รางวัลทันที ที่เรียกว่า ปีติ หรือความอิ่มใจ

หลักญาน 5 ของพุทธศาสนา เมื่อกายสะอาด ใจสงบระงับแน่วแน่ เป็นสมาธิได้ ใจจะได้รางวัลทันที ที่เรียกว่า ปีติ หรือความอิ่มใจ

ดัชนีการเมืองฝ่ายค้าน–รัฐบาล
 
หมัดเหล็ก5 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 
 

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ออกมาเป็นแผงในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็น ชิมช้อปใช้ อะไรก็ได้สำหรับร้านค้าที่ร่วมโครงการกับรัฐ เช่น ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายปลีกขายส่ง จะวัดคุณภาพของ นโยบายรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์สุดท้ายจะกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้จริงหรือไม่

หรือจะวัดกันที่ชาวบ้านแห่ไปลงทะเบียนเอาของฟรี

วันนี้รัฐบาลมีสารพัดมาตรการทางด้านเศรษฐกิจ อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มารดาประชารัฐ ประกันรายได้เกษตรกร มาตรการระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่วนใหญ่จะวัดผลกันที่ต้นน้ำ ส่วนผลที่จะตามมาทั้งด้านการเงินการคลังของประเทศ เศรษฐกิจระดับมหภาคหรือวินัยทางการเงินการคลัง ปล่อยเป็นเรื่องของอนาคต

เศรษฐกิจโลก วันนี้น่าเป็นห่วง สงครามการค้าโลก ภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจของ ยุโรปและอังกฤษ ที่ท้ายที่สุดแล้วสหภาพยุโรปจะมีปัญหาหนักที่สุด การส่งออก การบริการและจะกระทบไปถึงการท่องเที่ยวแน่นอน

หลายประเทศต้องขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

ส่วนบ้านเรายังตั้งหน้าตั้งตาใช้วิธีลดแลกแจกแถม ในขณะที่หนี้สาธารณะพุ่ง หนี้ครัวเรือนพุ่ง งบประมาณรายจ่ายของประเทศยังเป็นแบบขาดดุลอย่างต่อเนื่อง

เข้าใจว่ารัฐบาลที่เข้ามาทำหน้าที่ในปีแรกๆ ต้องการจะเรียกศรัทธาจากชาวบ้านเอาไว้ก่อน รัฐบาลที่เข้ามาใหม่ๆ เกือบจะทุกรัฐบาล อันดับแรกเลยคือ แจกเงินชาวบ้านฟรีๆ

แลกกับความนิยมและความเชื่อมั่น

ยิ่งรัฐบาลชุดนี้ต้องสร้างคะแนนศรัทธาเป็นสองเท่า เลยต้องลดแลกแจกแถมเป็นพิเศษ ใกล้เลือกตั้งก็ต้องรีบแจกเป็นพิเศษ แต่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขเป็นคู่ขนานไปด้วยคือการหารายได้เข้ารัฐและวางนโยบายให้สอดคล้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทุ่มเงินลงไป

เป็นแบบสองขา

ไม่เช่นนั้น รัฐบาลก็จะเป็นเหยื่อ เข้าทางฝ่ายค้านทันที ปัญหาเศรษฐกิจไปพัวพันการเมือง เมื่อไหร่ยุ่งแน่นอน ประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญกำลังท้าทายอำนาจรัฐ ถ้ารัฐธรรมนูญกินไม่ได้ ชาวบ้านสนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญทันที

ไม่แปลกเลยที่โพลทุกสำนักรายงานตรงกันว่า คะแนนนิยมรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง ความนิยม พล.อ.ประยุทธ์ ก็ลดลง แต่ฝ่ายค้านมีความนิยมมากขึ้น

ยกแรก เลือกตั้งซ่อมนครปฐม 23 ต.ค.นี้ ไม่เลือกเราเขามาแน่.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

https://www.thairath.co.th/news/politic/1675253

การ์ตูน เซีย


โฉนดทองคำ
 
แม่ลูกจันทร์5 ต.ค. 2562 05:15 น.
SHARE
 
 


 

หลังเป็นเป้าโดนฝ่ายค้านถล่มอาวุธหนักไปหลายดอก ร.อ.ดร.ธรรมนัส พรหมเผ่า กล่องดวงใจพรรคพลังประชารัฐต้องเก็บเนื้อเก็บตัวไม่เป็นข่าวไปพักใหญ่

ล่าสุด “รมช.เกษตรฯคนดัง” กลับมาเป็นข่าวน่าสนใจอีกครั้งหนึ่ง

ร.อ.ธรรมนัส แถลงว่า ผลการสำรวจพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศกว่า 34 ล้านไร่ ที่จัดสรรให้เกษตรกร 2.8 ล้านรายใช้ทำกิน

พบว่ามีที่ดิน ส.ป.ก.เพียง 7 เปอร์เซ็นต์ ที่มีความเหมาะสมทำการเกษตรมาก

พื้นที่ ส.ป.ก.อีก 59 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสมระดับปานกลาง

และพื้นที่ ส.ป.ก. อีก 19 เปอร์เซ็นต์ เหมาะสมน้อย

ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.ที่เหลืออีก 15 เปอร์เซ็นต์ ไม่เหมาะสมทำการเกษตรเลย

รัฐบาลจึงมีนโยบายใหม่จะนำที่ดินเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

หรือแปลงสภาพที่ดิน ส.ป.ก.เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่น วังน้ำเขียว และดอยแม่สลอง

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าประเด็นสำคัญที่ ร.อ.ธรรมนัส แถลงซะยืดยาวไปจบจุดฟูลสต็อปตรง “วังน้ำเขียว” นี่เอง!!

คือตั้งเป้าจะเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.วังน้ำเขียวให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อให้กลุ่มนายทุนเจ้าของโรงแรม รีสอร์ตหรูย่านวังน้ำเขียวเช่าที่ดิน ส.ป.ก.ใช้ประโยชน์ระยะยาว

โดยไม่ต้องถูกยึดที่ดินคืน ไม่ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามคำสั่งศาล และหลุดพ้นความผิดคดีรุกป่าอย่างลอยนวล

ถ้า ร.อ.ธรรมนัสเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.วังน้ำเขียว กลายเป็นพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวได้สำเร็จอย่างที่ฉายหนังโฆษณา
เชื่อว่าจะเกิด “วังน้ำเขียวโมเดล” ตามมาอีกหลายขบวน

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าผลสำรวจที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ของที่ดิน ส.ป.ก.35 ล้านไร่ ไม่เหมาะสมทำการเกษตร

เป็นผลสำรวจที่ฟังแล้วน่าตกใจ

เพราะ 15 เปอร์เซ็นต์ของที่ดิน ส.ป.ก.35 ล้านไร่ เท่ากับ 5.2 ล้านไร่ทีเดียว

ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 15 เปอร์เซ็นต์ไปใช้ประโยชน์อื่น จะทำให้ที่ดินเพื่อการเกษตรของประเทศไทยลดฮวบไปอีก 5.2 ล้านไร่ทันที

ปัญหาที่จะต้องพิจารณาต่อไปคือ พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. กำหนดชัดต้องใช้ทำการเกษตร และต้องจัดสรรให้เกษตรกรผู้ยากจนไม่มีที่ดินทำกิน

ห้ามขาย ห้ามโอนที่ดิน ส.ป.ก.ให้ผู้อื่นทุกกรณี

แต่ปรากฏว่า พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. มาตรา 31 แอบเปิดช่องให้สำนักงาน ส.ป.ก. โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี มีอำนาจขอซื้อที่ดิน ส.ป.ก.คืนจากผู้ครอบครองรายเดิม ที่ไม่ประสงค์ทำการเกษตร

หรือไม่มีลูกหลานสืบทอดอาชีพเกษตรกรรม

ดังนั้น การที่ ร.อ.ธรรมนัส ประกาศว่า รัฐบาลจะซื้อที่ดิน ส.ป.ก.คืนจากเจ้าของเดิมในราคาไร่ละไม่เกิน 60,000 บาท

โดยใช้เงินกองทุน ส.ป.ก.ที่มีอยู่กว่า 4,000 ล้านบาท

จึงสามารถทำได้อย่างสะดวกโยธิน

ส่วนที่ดิน ส.ป.ก.ที่รัฐบาลซื้อคืนมาจะนำไปจัดสรรให้เกษตรกรรายใหม่ทำการเกษตร

หรือ จะไปให้เช่าใช้ประโยชน์ระยะยาว 30 ปี หรือ 40 ปี ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะดำเนินการต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า นี่แหละคือ “นโยบายเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.เป็นโฉนดทองคำ” ที่พรรคพลังประชารัฐตีปี๊บหาเสียงไว้นั่นเอง

เพราะเกษตรกรที่ได้รับแจกที่ดิน ส.ป.ก.รายละ 50 ไร่ ถ้าขายคืนรัฐบาล (ไร่ละ 60,000 บาท) จะได้เงิน 3 ล้านบาทต่อราย

ปัดโธ่...3 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะโยม.

“แม่ลูกจันทร์”

https://www.thairath.co.th/news/politic/1675110

ใใใใใใใ

ใใใใใใใใใใใใใใใใใ

ใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใใ

กินเจ ไม่กินไข่
 
กิเลน ประลองเชิง5 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE
 
 


 

ในหนังสือ เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้ (สำนักพิมพ์มติชน พ.ศ.2557) อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนเรื่อง เทศกาลกินเจไว้ ตั้งแต่หน้า 447 ถึงหน้า 503 ลึกซึ้งซับซ้อนราวงานวิจัย ผมเอาความรู้ท่าน เขียนไปก็หลายครั้ง

ครั้งนี้ เริ่มอ่านอีกที สะดุดคำถาม เจ คืออะไร?

เจ เป็นคำยืมจากภาษาจีนแต้จิ๋ว เสียงแต้จิ๋วเป็นเสียงกึ่งสระเอ กับสระแอ ลูกหลานจีนในไทยบางคน จึงออกเสียงเป็นแจ ซึ่งก็ไม่ควรต้องเถียงกันว่า เสียงไหนถูกกว่า

เพราะถ้าใช้ตามเสียงที่แพร่หลายว่า เจ คำนี้ในภาษาจีนกลาง ออกเสียงเป็น ไจ จาย

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 นิยามคำเจว่า อาหารที่ไม่มีของสด คาว สำหรับญวนหรือจีนที่ถือศีลแจก็ว่า

ต่อมาพจนานุกรมฯฉบับ พ.ศ.2542 ปรับคำนิยาม เป็นอาหารที่ไม่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์และผักบางชนิด เช่น กระเทียม กุยช่าย ผักชี ตามนิยามหลักการกินเจ ต้องงดผักกลิ่นฉุน ประเภท กระเทียม ผักชี ด้วย

จึงต่างจากมังสวิรัติ ซึ่งตามรูปศัพท์ แปลว่า งดเว้น (วิรัติ) เนื้อ (มังสะ เนื้อคนและเนื้อสัตว์)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 นิยามคำ มังสวิรัติ ไว้ว่า การงดเว้นกินเนื้อสัตว์ เรียกอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ มีแต่พืชผักว่า อาหารมังสวิรัติ

มังสวิรัติกับเจ ยังมีความแตกต่างจากกันอีก เช่น ผู้กินเจดื่มนมได้ แต่ไม่กินไข่

ผู้ถือมังสวิรัติกินไข่ได้ แต่ไม่ดื่มนม

อาจารย์ถาวร ยังค้นคว้าหาความรู้มาบอกต่ออีกว่า ในภาษาไทยเก่า เรียกอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ว่า กระยาบวช พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน นิยามคำ กระยาบวช ว่า เครื่องกินที่ไม่เจือด้วยของสดคาว

เครื่องกระยาบวช คนไทยใช้ไหว้เจ้าไหว้ผีตามปกติ ก็คือขนมต้มแดง ขนมต้มขาว กล้วยน้ำว้าหวีงาม...นิยายอิงพงศาวดารจีนรุ่นเก่า แปลคำ กินเจ ว่า ถือศีลกินกระยาบวช คำมังสวิรัติ เกิดขึ้นในยุคหลัง

เป็นอันว่า การกินเจกับการกินมังสวิรัติต่างกัน คนจีนในไทย ใช้คำเรียกต่างกัน กินเจ จีนแต้จิ๋ว เรียก “เจี๊ยะเจ” จีนกลางเรียก “ซือไจ” กินมังสวิรัติ จีนแต้จิ๋วเรียก “เจี๊ยะสู่” จีนกลางเรียก “ซือซู่”

คัมภีร์หลี่จี้ พูดถึงเรื่องเจสมัยราชวงศ์โจวว่า “เมื่อจะทำพิธีเซ่นสรวงบูชา ประมุขต้องกินเจ เจคือความเรียบร้อยบริสุทธิ์ ชำระกายใจที่ไม่บริสุทธิ์ให้บริสุทธิ์แน่วแน่ หากไม่มีเรื่องสำคัญ ไม่มีเรื่องต้องเคารพนบนอบ ประมุขจะไม่กินเจ

ครั้นถึงเวลากินเจ ต้องระวังความชั่วร้าย ระงับความอยาก หูไม่ฟังดนตรี ใจไม่ฟุ้งซ่าน อยู่ในวิถีแห่งธรรม กิริยาไม่ไร้ระเบียบ ต้องเรียบร้อยตามจารีต

เพื่อให้ประมุขมุ่งถึงธรรมอันประเสริฐ ฉะนั้นต้องกินเจพื้นฐาน 3 วัน สำรวมพฤติกรรมให้ใจสงบ แล้วกินเจเข้มงวดขัดเกลาจิตใจอีก 3 วัน เพื่อให้ใจผ่องใสแน่วแน่

ใจที่ผ่องใสแน่วแน่ เรียกว่า เจ จากนั้นจึงสามารถทำกิจเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้

ก่อนกินเจ 1 วัน ฝ่ายในต้องแจ้งเตือนชายาประมุข ชายาต้องกินเจพื้นฐาน 7 วัน เข้มงวด 3 วัน ประมุขกินเจที่ห้องฝ่ายหน้า ชายากินเจห้องฝ่ายใน

แล้วจึงไปบวงสรวงบรรพชน ที่หอพระเทพบิดร

ได้ความรู้เรื่องเจ...ไว้พอสมควรแล้ว ก็จะพอเห็นว่า จีนแต่โบราณนานมา ถือการกินเจเป็นเรื่องเคร่งครัด เข้มขลัง ทั้งกาย ทั้งใจ

หลักญาน 5 ของพุทธศาสนา เมื่อกายสะอาด ใจสงบระงับแน่วแน่ เป็นสมาธิได้ ใจจะได้รางวัลทันที ที่เรียกว่า ปีติ หรือความอิ่มใจ ต่อด้วยความสุข โดยไม่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆเลย

การกินเจให้เป็นจริงๆก็จะได้บุญกุศลจริงๆ ด้วยประการฉะนี้ นี่เอง.

กิเลน ประลองเชิง

https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1675176

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ไอ่เห้ตูบ

โมโห

  • หลงรัก
    1
  • ว้าว!
    1
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1