สูญสิ้น ดำดิ่ง คำขาด นี่คือการปะทะ !!!!!

สูญสิ้น ดำดิ่ง คำขาด นี่คือการปะทะ !!!!!

เหยี่ยวถลาลม : สูญสิ้น
https://www.matichon.co.th/local/news_1754009

อํานาจกับความรู้ คนละเรื่องราวกัน ตำแหน่งกับความสามารถ ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ที่เห็นว่ามีตำแหน่ง ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสามารถที่เหมาะสมเสมอไป กับที่เห็นว่ามีอำนาจนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีความรู้ควบคู่ไปด้วย

 

ความรู้คืออำนาจ แต่อำนาจไม่ใช่ความรู้

ในสภาพแวดล้อมที่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ หรือตามที่เรียกกันว่า โลกใบเล็กและแคบนั้นอาจชวนให้เข้าใจว่าการมี “ตำแหน่ง” หมายถึงมีความสามารถพร้อมไปด้วย หรือการมีอำนาจนั้น หมายถึงมีความถูกต้องไปด้วย ใครที่คิดที่เห็นผิดแผกแตกต่างออกไปเป็น “ความผิด” เป็นโทษ และเป็นสิ่งต้องห้าม

เรื่องความคิด-ความเชื่อแบบนี้ก็เป็นปัญหาอย่างหนึ่งในสังคม บางยุคสมัยแค่เห็นต่างกันอาจถึงขั้นถูกฆ่าหรือถูกจับขังคุก

ที่เชื่อในเรื่องอำนาจจึงเรียกว่า “อำนาจนิยม” เพียงแค่มีตำแหน่งหรือมีอำนาจเท่านั้นก็เป็นที่น่าชื่นชม    ไม่ต้องตรวจสอบ ไม่ถ่วงดุล ไม่ทวงถาม การมีความเห็นต่างเป็นการก่อกวน วุ่นวาย ไม่สงบ ไม่เรียบร้อย

ส่วนที่มีความเชื่อศรัทธาในพัฒนาการของเผ่าพันธุ์มนุษย์กลับมีความเชื่อว่า “ความขัดแย้ง” หรือการเปลี่ยนไปจากเดิม คือความก้าวหน้า

“การเปลี่ยนแปลง” เกิดจาก “ความขัดแย้ง” หรือเห็นต่าง คิดต่าง ทำแตกต่างออกไป เกิดจากการใช้ “สมอง” เรียนรู้และคิดสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น ถึงแม้ “เพลโต้” มหาปราชญ์แห่งโลกตะวันตกจะเคยจัดลำดับให้ “ความรู้” มีความสำคัญสูงสุด จากนั้นก็ตามด้วย “ความเชื่อ” และขั้นต่ำสุดคือ “จินตนาการ” แต่ “ไอส์ไตน์” คิดกลับหัวกลับหางอย่างสิ้นเชิงว่า “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้”

นาทีนั้นโลกเปลี่ยนไปโดยพลันทันที

“การปฏิเสธ” ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง !

โลกที่ฝักใฝ่ถวิลหาอำนาจนิยมเป็นสวรรค์ของบรรดา “ผู้นำโดยตำแหน่ง” ซึ่งต้องการ “การควบคุม” มากกว่า “การกระจาย”

ถ้าจะกล่าวกันในด้าน “ทรัพยากร” หรือความมั่งคั่ง ในประเทศที่ระบบไม่กระจายอำนาจ ท้องถิ่นจะถูกบั่นทอนการเจริญเติบโต

ไม่มีคำว่า “เป็นธรรม” สำหรับการจัดสรรหรือแบ่งปันทรัพยากรแก่ท้องถิ่นและผู้คน

จึงมีคำถามว่า

ตั้งแต่รัฐประหาร พ.ค.2557 มาจนถึงวันนี้ ที่เคยคุยนักคุยหนาว่า “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” นั้น มีการปฏิรูปอะไรที่บ่งชี้ว่า แต่ละภาคส่วนและแต่ละท้องถิ่น ได้รับการจัดสรรปันส่วนไปและทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นกว่าเดิม !?!!

..........

................

...........................

เหยี่ยวถลาลม : ดำดิ่ง
https://www.matichon.co.th/local/news_1752500

“ดําดิ่ง” ชอบคำนี้มาก ขออนุญาตหยิบยืมจาก นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ที่พูดอธิบายสถานการณ์เศรษฐกิจไทยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังดำดิ่ง ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

ถ้าไม่เห็นว่าเป็นคนอื่นคนนอกเป็นนักการเมืองต่างพรรค คำกล่าวของนายวิสารก็น่าพิจารณา

 

“พลเอกประยุทธ์บอกว่าไปจังหวัดไหนมีแต่คนรัก มีแต่คนมาเชียร์ อยากจะบอกว่าบรรดาผู้ใต้อำนาจท่านไปเกณฑ์คนมาและบังคับให้เชียร์ ท่านจะเห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จึงขอแนะนำว่าถ้าอยากรู้ความจริงลองไปเดินคนเดียวดู แล้วจะรู้ประชาชนพูดถึงรัฐบาลอย่างไร”

ถ้าตั้งใจฟัง คำกล่าวที่ว่าก็ไม่เกินเลย

แต่ในทางพุทธศาสนาว่า คนเราชอบที่จะปรุงแต่งไปตามกรรม

คล้ายๆ กับในทางจิตวิทยาที่เห็นว่า คนเรามีการบิดเบือนทางความคิดอยู่ตลอดเวลา !

ในแง่ “ผู้รับฟัง” จึงต้องติดตามดูจาก “การกระทำ”

เช่น เมื่อพูดว่า รัฐบาลนี้เอาจริงเอาจังในการบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องดูกันต่อไปว่า เรื่องที่ดิน 85 แปลง กว่า 1,700 ไร่ ของ “ปารีณา ไกรคุปต์” ส.ส.พรรคพลัง

ประชารัฐนั้นจะลงเอยเหมือนนาฬิกาเพื่อน เงินยืมเพื่อนหรือไม่

“อธิบดีกรมป่าไม้” ให้คำตอบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า บริเวณที่ตั้งฟาร์มเกือบทั้งหมดของ “ปารีณา” นั้นเดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แต่ปัจจุบันถูกยกให้เป็นที่ “ส.ป.ก.”

โลกนี้ช่างผันผวนรวนเร ไม่มีอะไรแน่นอน

ก่อนนี้อึดใจเดียว “ปารีณา” เคยถล่มเรื่องที่ดินของ นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เสียอ่วม

แต่ชั่วลัดนิ้วมือเดียว “กรรม” หักพวงมาลัยเลี้ยวกลับมาหา “ปารีณา” จนตั้งตัวไม่ทัน!

“ปารีณา” ปากกล้าใจถึง ทุ่มตัวส่งเสริมสนับสนุน “ประยุทธ์” มาสุดลิ่ม

ส่วน “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” เธอเป็นแม่ “ธนาธร” ผู้อยู่ฝั่งตรงข้ามทางการเมือง

ต่างกันตรงที่ของ “สมพร” นั้นชาวบ้านขอคืนไปทำเป็นป่าชุมชน ไม่ใช่ที่ ส.ป.ก.

ส่วนของปารีณานั้นเป็นที่ “ส.ป.ก.” หรือที่ดินปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม

เมื่อย้อนนึกถึง “คดี ส.ป.ก 4-01” อันลือลั่นที่ศาลฎีกาเคยพิพากษาให้เศรษฐีภูเก็ตคืนที่ ส.ป.ก.4-01 ให้กับรัฐ

จึงมีคำถาม “ปารีณา” มีคุณสมบัติอันใดในการครอบครอง !?!!

.........

................

.........................

09.00 INDEX คำขาด กรรมาธิการ ป.ป.ช. คำขาด ประยุทธ์ จันทร์โอชา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1755728

09.00 INDEX คำขาด กรรมาธิการ ป.ป.ช. คำขาด ประยุทธ์ จันทร์โอชา


 

แนวรบที่ร้อนแรงที่สุดในความเห็นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มิใช่แนวรบกรรมาธิการวิสามัญแก้ไข รัฐธรรมนูญ

ตรงกันข้าม เป็นกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมากกว่า

เพราะกรรมาธิการวิสามัญเสมอเป็นเพียงเรื่อง “ประธาน”

ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเพียงกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยังไม่ผ่านความเห็น ชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยซ้ำไป

ตรงกันข้าม กรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบมีสถานะที่เด่นชัดและมีประธานที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง

นี่ต่างหากคือ “แนวรบ” ที่ตั้งประจันอยู่เบื้องหน้า

ต้องยอมรับว่าทางฝ่ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จัดแนวรบเพื่อต้านยันการรุกจากคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบเต็มพิกัด

เห็นได้จาก 1 ดำเนินการเปลี่ยนตัวกรรมาธิการในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ

ส่ง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ นายสิระ เจนจาคะ เข้าไป

เปิดเกมรุกไม่เพียงแต่ต้านมติของคณะกรรมาธิการ หากยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนตัวประธาน

เห็นได้จาก 1 อาศัยเวทีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้วินิจฉัยกระทั่งมีความเห็นว่าพ.ร.บ.คำสั่งเรียกของกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2554 อาจขัดกับรัฐธรรมนูญ และส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด

กระนั้น ก็ยังมิอาจสกัดกั้นบทบาทของ “กรรมาธิการ”ได้

เพราะในวันเดียวกับที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยออกมาทางด้าน คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบก็มีหนังสือด่วนที่สุด

ที่สผ.0019.05/945 เชิญตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

มาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นด้วยตนเอง

ทั้งนี้เป็นไปตามมติของที่ประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายนด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 3

นี่คือการปะทะระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร

  • หลงรัก
    0
  • ว้าว!
    2
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    1

1 ความคิดเห็น

 
3 ส

ไอ่เห้ตูบไอ่เห้อ้วน

โมโห

  • หลงรัก
    2
  • ว้าว!
    0
  • ขำขำ
    1
  • เศร้า
    2